หลักมีสามข้อ หนึ่งคือเริ่มก่อนการรักษา NCI ระบุว่าการดูแลฟันก่อนเริ่มเคมีบำบัดและรังสีรักษา ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในปาก ฟัน หรือเหงือก สองคือระหว่างการรักษา ให้ถือว่าเรื่องในช่องปาก เป็นข้อมูลที่ทีมรักษาต้องรู้ทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ร่วมด้วย เพราะ NCI ระบุว่า oral mucositis ทำให้เยื่อบุปากสลายจนแบคทีเรียและไวรัสเข้าสู่กระแสเลือดได้ และเมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำ การติดเชื้ออาจเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น สามคือเป้าหมายประจำวันคือทำให้ยังกินและดื่มได้ เพราะโภชนาการมีผลต่อความแข็งแรงตลอดการรักษา
คนที่กำลังรับการรักษามะเร็งมักถูกบอกให้เตรียมใจกับผมร่วง คลื่นไส้ และอ่อนเพลีย แต่หลายคนไม่ได้ถูกเตือนว่าปากจะเจ็บจนกลืนน้ำลายตัวเองยังลำบาก และเมื่อมันเกิดขึ้น มันกระทบทุกมื้อ ทุกการพูด และการนอน
เรื่องนี้ไม่ใช่ผลข้างเคียงเล็ก ๆ ที่ต้องอดทน มันเชื่อมกับโภชนาการและความเสี่ยงติดเชื้อโดยตรง จึงเป็นเรื่องที่ทีมรักษาต้องรู้ ไม่ใช่เรื่องที่ควรทนเงียบ ๆ
ทำไมการรักษามะเร็งจึงทำให้เกิดแผลในปาก
เหตุผลอยู่ที่ธรรมชาติของการรักษา NCI ระบุว่าเคมีบำบัดและรังสีรักษาชะลอหรือหยุดการเจริญของเซลล์ใหม่ และเยื่อบุทางเดินอาหารรวมถึงเยื่อบุช่องปากเป็นเป้าหมายของพิษจากการรักษา เพราะมีอัตราการผลัดเซลล์เร็ว
พูดง่าย ๆ คือการรักษามุ่งไปที่เซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ซึ่งเป็นลักษณะของเซลล์มะเร็ง แต่เยื่อบุในปากก็เป็นเนื้อเยื่อที่ผลัดเซลล์เร็วเช่นกัน มันจึงได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ใช่เพราะการรักษาผิดพลาด แต่เพราะกลไกมันเป็นเช่นนั้น
ระยะเวลาและความรุนแรงต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นกับสูตรยา ขนาดรังสี บริเวณที่ฉาย และปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย จึงไม่มีตารางเวลาที่ใช้ได้กับทุกคน สิ่งที่ทำได้คือรู้ว่าต้องเฝ้าอะไร และแจ้งทีมเมื่อเห็น
นอกจาก mucositis แล้ว ยังมีเรื่องอื่นที่เกิดร่วมได้ NCI ระบุว่าปากแห้งพบบ่อยระหว่างการฉายแสงบริเวณศีรษะและลำคอ และอาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อในปาก NCI ยังระบุว่ารังสีรักษาบริเวณศีรษะและลำคออาจทำให้เกิดพังผืดในเยื่อบุ ฟันผุ และโรคเหงือก และการรับรสอาจเปลี่ยนไป ทั้งหมดนี้รวมกันทำให้การกินยากขึ้นหลายทางพร้อมกัน
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มการรักษา
ถ้ายังไม่เริ่มการรักษา นี่คือช่วงที่ทำอะไรได้มากที่สุด
NCI ระบุว่าการดูแลฟันก่อนเริ่มเคมีบำบัดและรังสีรักษาช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในปาก ฟัน หรือเหงือก เหตุผลคือปัญหาที่ซ่อนอยู่ เช่น ฟันผุที่ยังไม่ปวด หรือเหงือกอักเสบที่ยังไม่แสดงอาการ อาจกลายเป็นแหล่งติดเชื้อเมื่อภูมิคุ้มกันลดลงระหว่างการรักษา และเมื่อถึงตอนนั้น การทำฟันจะยากกว่าเดิมมาก
สิ่งที่ควรทำคือแจ้งทีมที่รักษาว่าต้องการให้ทันตแพทย์ประเมินช่องปากก่อนเริ่ม และแจ้งทันตแพทย์ว่ากำลังจะเริ่มการรักษาแบบใด เมื่อไร เพื่อให้วางแผนได้ทัน NCI ระบุว่าการรักษาทางทันตกรรมบางอย่างอาจต้องเลื่อนไปจนกว่าภูมิคุ้มกันจะกลับมาปกติ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่การประเมินก่อนสำคัญ
การดูแลระหว่างการรักษา
| เรื่อง | ทำอะไร | ทำไมจึงสำคัญ |
|---|---|---|
| การดูแลช่องปากประจำวัน | ทำความสะอาดอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอตามที่ทีมแนะนำ | ช่องปากที่สะอาดเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงติดเชื้อโดยตรง แต่ต้องนุ่มนวลเพราะเยื่อบุเปราะบาง |
| ความเจ็บ | แจ้งทีมเมื่อเจ็บมากขึ้นหรือเริ่มกลืนลำบาก | ทีมมีทางเลือกในการจัดการความเจ็บ ไม่ควรอดทนเงียบ ๆ |
| การกลืนและอาหาร | เลือกอาหารนุ่มและอุณหภูมิที่ไม่กระตุ้น เลี่ยงของเผ็ด เปรี้ยว เค็มจัด และแข็ง | เป้าหมายคือให้พลังงานและโปรตีนยังเข้าได้ ไม่ใช่กินให้ครบตามอุดมคติ |
| ของเหลว | จิบบ่อย ๆ ตลอดวัน | ปากแห้งพบบ่อยระหว่างฉายแสงบริเวณศีรษะและลำคอ และเพิ่มความไม่สบายและความเสี่ยงติดเชื้อ |
| การติดเชื้อ | เฝ้าดูไข้ ฝ้าขาว แผลใหม่ที่ลุกลาม หรือกลิ่นผิดปกติ | เมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำ การติดเชื้ออาจเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น |
| โภชนาการและน้ำหนัก | ชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอและบันทึกสิ่งที่กินได้ | น้ำหนักที่ลดต่อเนื่องเป็นข้อมูลที่ทีมต้องรู้ เพื่อพิจารณาการเสริมโภชนาการ |
สิ่งที่ควรเลิกคิดคือการมองว่าปากเจ็บเป็นเรื่องที่ต้องทนเพราะ “กำลังรักษามะเร็งอยู่แล้ว” ตรรกะนี้ฟังดูอดทน แต่มันทำให้ทีมรักษาไม่รู้ข้อมูลที่ควรรู้ และทำให้ปัญหาโภชนาการโตขึ้นเงียบ ๆ
สัญญาณที่ต้องแจ้งทีมทันที
ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เกณฑ์ต่างจากคนทั่วไป เพราะสิ่งที่ในคนแข็งแรงเป็นเรื่องรอได้ ในที่นี้อาจเป็นเรื่องเร่งด่วน
| สิ่งที่พบ | ควรทำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| มีไข้ ขณะที่กำลังได้รับเคมีบำบัด | ติดต่อทีมที่รักษาหรือไปโรงพยาบาลทันที | เป็นสัญญาณที่ต้องประเมินเรื่องการติดเชื้อโดยด่วน |
| กลืนน้ำลายไม่ได้ หรือกลืนลำบากจนดื่มไม่ได้ | ติดต่อทีมทันที | เสี่ยงขาดน้ำและอาจต้องการการดูแลในโรงพยาบาล |
| แผลลุกลามเร็ว มีฝ้าขาว หรือมีเลือดออกที่หยุดยาก | ติดต่อทีมทันที | อาจเป็นการติดเชื้อหรือภาวะที่ต้องประเมิน |
| เจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกินได้น้อยลงชัดเจน | แจ้งทีมในวันเดียวกัน | อย่ารอถึงนัดครั้งหน้า เพราะโภชนาการสะสมผลเร็ว |
| น้ำหนักลดต่อเนื่อง | แจ้งทีม | เป็นข้อมูลสำหรับพิจารณาการเสริมโภชนาการ |
ข้อที่ต้องจำที่สุดคือข้อแรก ไข้ระหว่างได้รับเคมีบำบัดไม่ใช่เรื่องที่รอดูอาการ
การดูแลประคับประคองระหว่างรอให้เยื่อบุฟื้น
เมื่อทีมรักษารับรู้และจัดการเรื่องความเจ็บและการติดเชื้อแล้ว สิ่งที่เหลือคือทำให้แต่ละวันผ่านไปได้
วิธีที่ทำได้ทันทีคือลดสิ่งที่มากระทบแผล ทั้งการเลือกอาหารนุ่ม อุณหภูมิที่ไม่กระตุ้น การเลี่ยงของเผ็ดเปรี้ยวเค็มจัด การจิบน้ำบ่อย ๆ และการดูแลช่องปากอย่างนุ่มนวลตามที่ทีมแนะนำ
ในเชิงกลไก ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตั้งเป้าสร้างชั้นกั้นเชิงกายภาพเพื่อลดการที่อาหาร น้ำ และน้ำลายสัมผัสแผลซ้ำ ซึ่งเป็นการดูแลเสริมเท่านั้น กลุ่มนี้ไม่ได้รักษามะเร็ง ไม่ได้รักษา oral mucositis ให้หาย ไม่ได้ลดความเสี่ยงติดเชื้อ ไม่ใช่ยาชา และไม่แทนแผนการดูแลของทีมที่รักษา
ข้อกำหนดที่ชัดเจนสำหรับกลุ่มนี้ ห้ามเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ในช่องปากระหว่างการรักษาโดยไม่ปรึกษาทีมที่รักษาก่อน เพราะเยื่อบุกำลังเปราะบาง มีความเสี่ยงติดเชื้อ และบางส่วนประกอบอาจไม่เหมาะกับสภาพช่องปากขณะนั้น ทีมที่ดูแลเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
