แผลร้อนในเกิดจากอะไร?

คำตอบที่ตรงที่สุดคือยังไม่ทราบแน่ชัด NIDCR ระบุว่าแผลร้อนในไม่มีสาเหตุที่ทราบ แต่อาจถูกกระตุ้นได้จากการบาดเจ็บ ความเครียด การสูบบุหรี่ หรือการขาดโฟเลต ธาตุเหล็ก หรือวิตามินบี 12 สิ่งที่รู้ชัดคือแผลร้อนในไม่ติดต่อ เกิดในปากเท่านั้น และต่างจากเริมที่ริมฝีปาก NIDCR ยังระบุว่าไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ การดูแลจึงมุ่งลดปวดและช่วยให้ฟื้นตัว ควรพบแพทย์เมื่อเป็นซ้ำบ่อย หรือแผลรุนแรงจนกินหรือดื่มลำบาก

แผลร้อนในเป็นเรื่องที่คนไทยเกือบทุกคนเคยเจอ และเป็นเรื่องที่มีคำอธิบายลอยอยู่เยอะที่สุดด้วย ทั้งร้อนใน กินของทอด นอนดึก ภูมิตก ขาดวิตามิน

หน้านี้จะแยกให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่หลักฐานบอก อะไรคือสิ่งที่ยังไม่รู้ และอะไรคือสิ่งที่ทำได้จริงเมื่อมันเกิดขึ้น

แผลร้อนในคืออะไร และไม่ใช่อะไร

เริ่มจากสิ่งที่แน่ชัดก่อน เพราะมันช่วยตัดความเข้าใจผิดออกไปได้หลายอย่าง

ตาราง: ประเด็น / แผลร้อนใน (canker sore / aphthous) / เริมที่ริมฝีปาก (fever blister)
ประเด็นแผลร้อนใน (canker sore / aphthous)เริมที่ริมฝีปาก (fever blister)
ตำแหน่งเกิดในปากเท่านั้นมักเกิดที่ริมฝีปากหรือรอบปาก
ติดต่อไหมไม่ติดต่อติดต่อได้
สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดเกิดจากไวรัส
ลักษณะแผลเปิด ขอบแดง กลางขาวหรือเหลืองมักเริ่มเป็นตุ่มน้ำแล้วแตก

NIDCR ระบุว่าแผลร้อนในไม่ติดต่อ เกิดในปากเท่านั้น และต่างจากเริมที่ริมฝีปาก NHS ก็ระบุเช่นกันว่าแผลในปากไม่ติดต่อและไม่ควรสับสนกับเริม

ความสับสนนี้สำคัญ เพราะคนที่คิดว่าแผลร้อนในติดต่อได้มักแยกของใช้และกังวลเกินจำเป็น ขณะที่คนที่คิดว่าเริมคือแผลร้อนในอาจไม่ระวังเท่าที่ควร

สาเหตุ: สิ่งที่รู้และสิ่งที่ยังไม่รู้

นี่คือส่วนที่ต้องพูดอย่างซื่อสัตย์ที่สุด

NIDCR ระบุว่าแผลร้อนในไม่มีสาเหตุที่ทราบ แต่อาจถูกกระตุ้นได้จากการบาดเจ็บ ความเครียด การสูบบุหรี่ หรือการขาดโฟเลต ธาตุเหล็ก หรือวิตามินบี 12

คำว่า “กระตุ้น” ต่างจากคำว่า “ทำให้เกิด” อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยกระตุ้นคือสิ่งที่พบร่วมกับการเกิดแผลในบางคน ไม่ใช่กลไกที่อธิบายได้ครบว่าทำไมแผลจึงเกิด และไม่ได้แปลว่าทุกคนที่เครียดจะเป็นแผล หรือทุกคนที่เป็นแผลกำลังเครียด

ยังมีปัจจัยอีกอย่างที่หลักฐานระบุ nidirect ซึ่งปรับจากเนื้อหา NHS ระบุว่าประมาณ 40% ของคนที่เป็นแผลซ้ำรายงานว่ามีในครอบครัว ซึ่งชี้ว่าพันธุกรรมมีบทบาท และ nidirect ยังระบุว่าเมื่อเพิ่งเลิกบุหรี่ อาจเกิดแผลในปากได้

สิ่งที่ควรระวังคือคำอธิบายที่ฟังดูครบถ้วนเกินกว่าที่หลักฐานรองรับ ประโยคแบบ “เครียดทำให้ภูมิตก แล้วภูมิตกทำให้เยื่อบุซ่อมช้า จึงเกิดแผล” ฟังดูมีเหตุผล แต่เป็นการต่อจุดที่ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมให้ครบ และมันทำให้คนเข้าใจผิดว่าถ้าจัดการความเครียดได้ แผลจะไม่เกิดอีก ซึ่งไม่จริงสำหรับหลายคน

ชนิดของแผลร้อนใน

ตาราง: ชนิด / ลักษณะทั่วไป / หมายเหตุ
ชนิดลักษณะทั่วไปหมายเหตุ
Minorแผลเล็ก พบบ่อยที่สุดมักหายเองภายใน 1–2 สัปดาห์ ตามที่ NHS ระบุว่าแผลในปากส่วนใหญ่หายเองในช่วงนี้
Majorแผลใหญ่และลึกกว่าเจ็บมากกว่า ใช้เวลาหายนานกว่า และเป็นกลุ่มที่ควรให้แพทย์ประเมิน
Herpetiformแผลเล็กจำนวนมากที่อาจรวมกันชื่อคล้ายเริมแต่ไม่ได้เกิดจากไวรัสเริม เป็นกลุ่มที่ควรให้แพทย์ประเมิน

สำหรับการดูแลประจำวัน การรู้ชื่อชนิดไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่ทำมากนัก สิ่งที่เปลี่ยนการตัดสินใจคือแผลอยู่นานแค่ไหน เจ็บจนกินดื่มไม่ได้ไหม และเป็นซ้ำบ่อยแค่ไหน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ NIDCR และ NHS ใช้

แผลร้อนในกับการกินและการใช้ชีวิต

แผลร้อนในไม่ค่อยเป็นอันตราย แต่กระทบชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่ขนาดของมันบอก

ตำแหน่งสำคัญกว่าขนาด แผลเล็กใต้ลิ้นหรือตรงจุดที่ลิ้นขยับผ่านตลอดเวลา สร้างปัญหามากกว่าแผลใหญ่กว่าในตำแหน่งที่ไม่มีอะไรมาสัมผัส nidirect ระบุว่าแผลในปากทำให้กิน ดื่ม หรือแปรงฟันไม่สบาย

เส้นทางที่ตามมาคือ เมื่อกินแล้วเจ็บ คนก็เลี่ยงอาหารบางชนิด กินช้าลง หรือกินน้อยลง ในคนทั่วไป วงจรนี้จบเองเมื่อแผลหาย แต่ NIDCR ระบุว่าควรพบแพทย์เมื่อแผลรุนแรงจนกินหรือดื่มลำบาก ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ยึดที่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ไม่ใช่ที่หน้าตาของแผล

NHS inform ก็ระบุในทำนองเดียวกันว่าการรักษาช่วยลดบวมและความไม่สบาย และอาจช่วยเมื่อแผลกระทบการกินและการดื่ม

การดูแลและสิ่งที่ทำได้จริง

เรื่องที่ต้องยอมรับก่อนคือ NIDCR ระบุว่าไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้แผลร้อนในหายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ การรักษาจึงมุ่งไปที่การลดปวดและช่วยให้ฟื้นตัว NHS ก็ระบุตรง ๆ ว่าแผลในปากต้องใช้เวลาหาย ไม่มีทางลัด

สิ่งที่ทำได้จริงมีสองทางคือลดสิ่งที่มากระทบแผล และจัดการความเจ็บ

ตาราง: กลุ่ม / ตั้งเป้าอะไร / ข้อจำกัด
กลุ่มตั้งเป้าอะไรข้อจำกัด
การปรับสิ่งที่มากระทบเลี่ยงของเผ็ด เปรี้ยว เค็มจัด แข็ง และปรับวิธีแปรงฟันไม่ให้ผ่านแผลตรง ๆไม่ทำให้หายเร็วขึ้น แต่ลดความเจ็บระหว่างวันได้จริง NHS ระบุว่าการเลี่ยงสิ่งที่ระคายแผลช่วยได้
น้ำเกลือบ้วนปากทำความสะอาดบริเวณแผลอย่างอ่อนโยนNHS ระบุสูตรเกลือครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว บ้วนแล้วบ้วนทิ้ง ห้ามกลืน
ยาชาเฉพาะที่ลดการรับรู้ความเจ็บชั่วคราวต้องใช้ตามฉลาก ระวังการกลืนและการกัดเนื้อเยื่อที่ชา
ยาต้านการอักเสบหรือยาแก้ปวดลดปวดหรือการอักเสบตามกลไกของตัวยาต้องดูข้อห้าม อายุ และโรคประจำตัวก่อนใช้
คอร์ติโคสเตียรอยด์ที่แพทย์สั่งลดการอักเสบในแผลบางชนิดNHS ระบุว่าเป็นยาที่แพทย์สั่งสำหรับแผลรุนแรง เรื้อรัง หรือติดเชื้อ เช่น สเปรย์หรือเม็ดอม ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อใช้เอง
ชั้นกั้นชนิดยึดเกาะเยื่อบุลดการที่อาหาร น้ำ น้ำลาย และแรงเสียดสีมากระทบแผลซ้ำไม่ใช่ยาชา ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ไม่ได้รักษาสาเหตุ ใช้ได้จำกัดเมื่อแผลอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยากหรือมีหลายจุด

NHS ระบุว่าเภสัชกรแนะนำการรักษาที่ช่วยเร่งการหาย ป้องกันการติดเชื้อ หรือลดปวดได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่ดีสำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าควรใช้อะไร

รายละเอียดของแต่ละกลุ่มพร้อมข้อควรระวัง อยู่ที่ วิธีดูแลแผลในปากที่บ้าน ส่วนเรื่องอาหารที่กินได้และควรเลี่ยง อยู่ที่ กินอะไรได้บ้างเมื่อเป็นแผลร้อนใน

เมื่อไรควรพบแพทย์

ตาราง: สถานการณ์ / ควรทำ / ที่มา
สถานการณ์ควรทำที่มา
แผลอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์พบแพทย์หรือทันตแพทย์NHS
เจ็บจนกินหรือดื่มลำบากพบแพทย์NIDCR
เป็นซ้ำบ่อยพบแพทย์NIDCR
แผลต่างจากที่เคยเป็น เช่น ใหญ่กว่าเดิม หรืออยู่ใกล้คอหอยพบแพทย์NHS
แผลเจ็บขึ้นหรือแดงขึ้นพบแพทย์ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะNHS inform

NIDCR ยังระบุว่าถ้าแผลซ้ำเกิดจากการขาดวิตามิน การแก้ภาวะขาดอาจลดความถี่ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนเป็นซ้ำบ่อยควรให้แพทย์ประเมิน แทนที่จะซื้อวิตามินกินเองโดยไม่รู้ว่าขาดจริงหรือไม่

บันทึกแผลร้อนในที่ใช้ได้จริง

สำหรับคนที่เป็นซ้ำ การจดช่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะรูปแบบที่ซ้ำมักมองไม่เห็นถ้าไม่จด และบันทึกนี้มีค่าเมื่อไปพบแพทย์ เพราะความจำของเราไม่แม่นเท่าที่คิด

สิ่งที่ควรจดในแต่ละครั้งที่เป็น

  • วันที่และตำแหน่ง เป็นตรงไหน กี่จุด
  • ก่อนหน้านั้นมีอะไร กัดโดนไหม กินอะไรที่ระคาย เพิ่งทำฟันมาหรือเปล่า
  • ช่วงชีวิตตอนนั้น นอนเท่าไร งานหนักไหม ประจำเดือนหรือเปล่า
  • กี่วันหาย เทียบกับครั้งก่อน ๆ
  • อาหารหรือของที่กระตุ้น ที่สังเกตว่าตรงกันบ่อย

หลังจดสัก 3–4 ครั้ง มักเริ่มเห็นรูปแบบบางอย่าง หรืออย่างน้อยก็ตัดสิ่งที่คิดว่าเกี่ยวแต่จริง ๆ ไม่เกี่ยวออกไปได้

trigger ที่สงสัย กับสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้

เพื่อไม่ให้บันทึกกลายเป็นการโทษตัวเอง ควรแยกให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่หลักฐานรองรับ อะไรคือความเชื่อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

{table(["สิ่งที่มักเชื่อว่าเป็นสาเหตุ", "หลักฐานบอกอะไร"], [ ("การบาดเจ็บ กัด เสียดสี", "NIDCR ระบุเป็นปัจจัยกระตุ้นที่เป็นไปได้ และเป็นสิ่งที่แก้ได้จริง"), ("การขาดโฟเลต ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12", "NIDCR ระบุเป็นปัจจัยกระตุ้นที่เป็นไปได้ และถ้าขาดจริงการแก้อาจลดความถี่"), ("ความเครียด", "NIDCR ระบุเป็นปัจจัยกระตุ้นที่เป็นไปได้ แต่ไม่ใช่กลไกที่อธิบายได้ครบ"), ("พันธุกรรม", "nidirect ระบุว่าราว 40% ของคนที่เป็นซ้ำมีในครอบครัว"), ("ของทอด ของร้อน อาหารรสจัด", "อาจระคายแผลที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่มีหลักฐานชัดว่าเป็นสาเหตุของการเกิดแผล"), ("ร่างกายร้อนใน", "ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับคำอธิบายนี้"), ], caption="แยกปัจจัยที่หลักฐานรองรับ ออกจากความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้")}

อาการที่คล้ายกัน แต่ไม่ใช่แผลร้อนใน

บางอย่างดูเหมือนแผลร้อนในแต่เป็นคนละเรื่อง และจัดการต่างกัน

  • แผลจากการบาดเจ็บ ตรงกับจุดที่กระแทกหรือฟันคม มักนึกออกว่าเกิดตอนไหน แก้ที่ต้นเหตุได้
  • เริมที่ริมฝีปาก NIDCR ระบุว่าเกิดจากไวรัส ติดต่อได้ มักอยู่ที่ริมฝีปากหรือรอบปาก เริ่มเป็นตุ่มน้ำแล้วแตก ต่างจากแผลร้อนในที่เกิดในปากและไม่ติดต่อ
  • เชื้อราในปาก มักเป็นฝ้าขาว พบมากขึ้นในผู้ที่ปากแห้งหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่ง NIDCR ระบุว่าปากแห้งเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อรา
  • แผลที่ไม่หาย แผลที่อยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ไม่ควรเหมาว่าเป็นแผลร้อนในธรรมดา NHS ระบุให้ไปตรวจ

ถ้าไม่แน่ใจว่าใช่แผลร้อนในหรือไม่ การมีไข้ ตุ่มน้ำ ฝ้าขาว หรือระยะเวลาที่นานผิดปกติ เป็นเบาะแสว่าควรให้คนตรวจ

เลือกวิธีดูแลตามลักษณะแผล

วิธีที่เหมาะกับแผลเดี่ยวอาจใช้ไม่ได้กับแผลหลายจุด และตำแหน่งก็เปลี่ยนสิ่งที่ทำได้

{table(["ลักษณะแผล", "อะไรที่พอทำได้", "ข้อจำกัด"], [ ("แผลเดี่ยว เห็นชัด เข้าถึงได้", "วิธีเฉพาะจุด เช่น เจล ยาป้าย หรือแผ่นแปะ พอใช้ได้", "ต้องป้ายหรือแปะให้ติด ในตำแหน่งเปียกอาจอยู่ไม่ทน"), ("แผลหลายจุดกระจาย", "วิธีที่กระจายทั่วได้ เช่น น้ำเกลือบ้วนปาก และการปรับอาหาร", "วิธีเฉพาะจุดแทบใช้ไม่ได้กับหลายแผลพร้อมกัน"), ("แผลในตำแหน่งเข้าถึงยาก เช่น ใต้ลิ้นลึก", "เน้นลดสิ่งที่มากระทบ และจัดการความเจ็บโดยรวม", "มือและอุปกรณ์เข้าถึงยาก การป้ายตรงจุดทำได้จำกัด"), ], caption="เลือกวิธีดูแลตามว่าแผลเดี่ยว กระจาย หรือเข้าถึงยาก")}

NHS ระบุว่าเภสัชกรแนะนำการรักษาที่ช่วยเร่งการหาย ป้องกันการติดเชื้อ หรือลดปวดได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่ดีเมื่อไม่แน่ใจว่าแผลของคุณเหมาะกับวิธีไหน

สามกรณีตัวอย่าง

กรณีที่ 1 — เป็นแผลร้อนในทุกครั้งก่อนสอบ

นักศึกษาคนหนึ่งสังเกตว่าเป็นแผลร้อนในช่วงสอบเกือบทุกครั้ง หลายคนจะสรุปว่าเครียดทำให้เป็นแผล แต่เมื่อจดบันทึกจริงกลับพบว่าช่วงสอบเธอกินเร่งและกัดกระพุ้งแก้มบ่อย ซึ่งการบาดเจ็บเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ NIDCR ระบุไว้ตรง ๆ สิ่งที่แก้ได้จริงจึงเป็นการกินช้าลง ไม่ใช่แค่พยายามไม่เครียด

กรณีที่ 2 — เป็นซ้ำเดือนละครั้ง หาสาเหตุไม่เจอ

ผู้ใหญ่คนหนึ่งเป็นแผลร้อนในถี่มากโดยไม่พบสิ่งกระตุ้นชัดเจน กรณีแบบนี้คือเหตุผลที่ NIDCR ระบุว่าควรพบแพทย์เมื่อเป็นซ้ำบ่อย เพราะอาจมีภาวะขาดสารอาหารที่ตรวจพบและแก้ได้ ซึ่งดีกว่าการซื้อวิตามินกินเองโดยไม่รู้ว่าขาดจริงไหม

กรณีที่ 3 — แผลใหญ่ผิดปกติ หายช้ากว่าเคย

คนที่เคยเป็นแผลร้อนในเล็ก ๆ หายใน 1 สัปดาห์ อยู่ ๆ มีแผลใหญ่ที่หายช้าและเจ็บมาก การเปลี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นคือเบาะแสว่าควรให้แพทย์ประเมิน โดยเฉพาะถ้าอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ ตามเกณฑ์ของ NHS

คำถามที่พบบ่อย

แผลร้อนในเกิดจากร้อนในจริงไหม?
ไม่มีหลักฐานรองรับคำอธิบายแบบนั้น NIDCR ระบุว่าแผลร้อนในไม่มีสาเหตุที่ทราบแน่ชัด แต่อาจถูกกระตุ้นจากการบาดเจ็บ ความเครียด การสูบบุหรี่ หรือการขาดโฟเลต ธาตุเหล็ก หรือวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้น ไม่ใช่สาเหตุที่อธิบายได้ครบ
แผลร้อนในติดต่อไหม?
ไม่ติดต่อ NIDCR ระบุว่าแผลร้อนในไม่ติดต่อ เกิดในปากเท่านั้น และต่างจากเริมที่ริมฝีปากซึ่งเกิดจากไวรัสและติดต่อได้ NHS ก็ระบุว่าแผลในปากไม่ติดต่อและไม่ควรสับสนกับเริม
แผลร้อนในกี่วันหาย?
NHS ระบุว่าแผลในปากส่วนใหญ่หายเองใน 1–2 สัปดาห์ และควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์เมื่อแผลอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ NHS ยังระบุตรงว่าแผลในปากต้องใช้เวลาหาย ไม่มีทางลัด
มียาที่ทำให้แผลร้อนในหายขาดไหม?
ไม่มี NIDCR ระบุว่าไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ การรักษามุ่งไปที่การลดปวดและช่วยให้ฟื้นตัว สิ่งที่ทำได้คือลดสิ่งที่มากระทบแผลและจัดการความเจ็บระหว่างรอ
เป็นแผลร้อนในบ่อยมาก ควรทำอย่างไร?
ควรพบแพทย์ NIDCR ระบุว่าควรพบแพทย์เมื่อเป็นซ้ำบ่อย และระบุว่าถ้าแผลซ้ำเกิดจากการขาดวิตามิน การแก้ภาวะขาดอาจลดความถี่ได้ นอกจากนี้ nidirect ระบุว่าประมาณ 40% ของคนที่เป็นแผลซ้ำรายงานว่ามีในครอบครัว และแผลซ้ำอาจสัมพันธ์กับบางโรค จึงควรให้แพทย์ประเมินแทนการเดาเอง