แผลในปากเด็ก

แผลในปากเด็ก เกิดจากอะไรได้บ้าง และดูแลอย่างไรเมื่อลูกกินไม่ได้

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569

ครอบครัวปรึกษากุมารแพทย์เรื่องอาการในช่องปากของเด็ก
ลูกมีแผลในปาก ต้องดูอะไรก่อน?

ในเด็ก สิ่งที่ต้องประเมินก่อนไม่ใช่ขนาดหรือหน้าตาของแผล แต่คือเด็กยังดื่มได้พอไหม เพราะแผลเล็กหลายจุดอาจทำให้กลืนเจ็บจนเด็กปฏิเสธของเหลว และภาวะขาดน้ำคือปัญหาที่มาก่อนตัวแผลเสมอ CDC ระบุว่าเด็กเล็กอาจขาดน้ำได้เมื่อกลืนของเหลวได้ไม่พอเพราะแผลในปากเจ็บ ให้ดูปัสสาวะ น้ำตาเวลาร้อง และความชุ่มของปาก ถ้าเด็กดื่มได้ไม่ดีจนกังวลเรื่องขาดน้ำ มีไข้นานเกิน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน อายุน้อยกว่า 6 เดือน หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรพบแพทย์

เวลาลูกมีแผลในปาก พ่อแม่มักถามคำถามแรกว่า “นี่โรคอะไร” แต่คำถามที่ตัดสินว่าคืนนี้จะผ่านไปได้ดีหรือไม่ มักเป็นคำถามอื่น นั่นคือเด็กยังดื่มน้ำได้ไหม และเรากำลังดูสัญญาณอะไรอยู่

เด็กเล็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก เขาบอกไม่ได้ว่าเจ็บตรงไหนหรือเจ็บแค่ไหน ต่อรองกับความเจ็บของตัวเองไม่ค่อยได้ และเมื่อของเหลวไปโดนแผล ปฏิกิริยาแรกคือปฏิเสธทันที ไม่ใช่ค่อย ๆ ทน หน้านี้จึงเรียงตามลำดับที่ใช้จริง เริ่มจากเรื่องที่ต้องจัดการก่อน แล้วค่อยไปเรื่องสาเหตุ

ทำไมแผลในปากเด็กจึงต่างจากผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ที่มีแผลร้อนในหนึ่งจุดมักบ่นว่ารำคาญ แต่ยังกินข้าวได้ อาจแค่เคี้ยวอีกข้างหนึ่ง เด็กสองขวบที่มีแผลเล็กหลายจุดในปากไม่มีทางเลือกแบบนั้น เขาไม่รู้ว่าถ้าหลบมุมนี้จะเจ็บน้อยลง เขารู้แค่ว่าเมื่อกลืน มันเจ็บ

สามอย่างที่ทำให้เรื่องนี้ต่างกัน

  • ระบุตำแหน่งไม่ได้ เด็กเล็กชี้ไม่ถูกว่าเจ็บตรงไหน บางคนบอกแค่ว่าเจ็บคอ ทั้งที่แผลอยู่ที่กระพุ้งแก้ม บางคนไม่พูดเลยแต่เริ่มน้ำลายไหลมากผิดปกติเพราะกลืนแล้วเจ็บ
  • จำนวนสำคัญกว่าขนาด แผลเล็กหลายจุดที่กระจายทั่วปากรวมกันแล้วเจ็บมากกว่าแผลใหญ่จุดเดียว และหาตำแหน่งปลอดภัยให้อาหารผ่านไม่ได้
  • ปฏิเสธทันที ไม่ใช่ค่อย ๆ ลด ผู้ใหญ่กินน้อยลง เด็กหยุดกินเลย ความต่างนี้ทำให้ของเหลวที่เข้าร่างกายลดฮวบภายในวันเดียว

ผลคือเด็กมักอยู่ในภาวะที่ดูขัดแย้งกันเอง คือหิวแต่ไม่ยอมกิน ร้องหานม แต่พอยื่นให้กลับผลักออก พ่อแม่หลายคนตีความว่าลูกงอแงหรือดื้อ ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กอยากกิน แต่ทุกครั้งที่ลอง มันเจ็บ

วงจรที่ต้องเข้าใจ: เจ็บปาก → ไม่กิน → ขาดน้ำ

เกือบทุกปัญหาของแผลในปากเด็กเดินตามเส้นทางเดียวกัน และแต่ละขั้นมีสิ่งที่พ่อแม่ดูได้เองชัดเจน

ตาราง: ขั้น / สิ่งที่เกิดขึ้น / สิ่งที่พ่อแม่ควรดู
ขั้นสิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งที่พ่อแม่ควรดู
เจ็บปากเด็กปฏิเสธนม น้ำ และอาหาร บางคนน้ำลายไหลเพราะไม่อยากกลืนดูว่าปฏิเสธทุกอย่าง หรือยังรับของเย็นและนุ่มได้
ดื่มน้อยลงของเหลวเข้าร่างกายลดลงเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะในเด็กเล็กนับจำนวนผ้าอ้อมเปียกหรือการเข้าห้องน้ำ เทียบกับปกติ
เสี่ยงขาดน้ำปากและลิ้นแห้ง ร้องไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือสีเข้มขึ้น ซึมลงนี่คือจุดที่ไม่ควรรอดูอาการต่อ ให้ติดต่อแพทย์
พลังงานและใยอาหารลดลงอ่อนเพลีย ไม่มีแรงเล่น น้ำหนักอาจลดถ้ากินได้น้อยหลายวันถ้ากินได้น้อยติดต่อกัน ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการเสริมของเหลวและพลังงาน
ขับถ่ายเปลี่ยนแปลงอุจจาระอาจแข็งหรือถ่ายน้อยลง เป็นผลทางอ้อมจากการกินดื่มที่ลดลงแก้ที่ต้นทางคือทำให้เด็กรับของเหลวและอาหารได้มากขึ้น

ประเด็นที่ต้องพูดให้ตรง แผลในปากไม่ได้ไปทำอะไรกับลำไส้ของเด็กโดยตรง เรื่องท้องผูกหรือน้ำหนักลดที่ตามมาเป็นผลทางอ้อมจากการที่เด็กกินและดื่มน้อยลงหลายวัน กิจกรรมลดลง หรือจากยาบางชนิด ไม่ใช่ผลจากตัวแผลเอง นี่สำคัญเพราะมันบอกว่าจะแก้ตรงไหน คือแก้ที่ทำให้เด็กกลับมารับของเหลวและอาหารได้ ไม่ใช่ไปจัดการที่ระบบขับถ่าย

ในบรรดาทั้งห้าขั้น ขั้นที่ต้องเฝ้าที่สุดคือขั้นที่สาม เพราะ AAP ระบุว่าเมื่อขาดน้ำจากการได้รับของเหลวน้อยลง ไม่ใช่จากท้องเสีย การถ่ายอุจจาระจะลดลงด้วย ทำให้สัญญาณบางอย่างที่พ่อแม่คุ้นเคยอาจไม่ปรากฏ ต้องดูที่ปัสสาวะ น้ำตา และความชุ่มของปากแทน

แผลในปากเด็กเกิดจากอะไรได้บ้าง

เมื่อจัดการเรื่องของเหลวได้แล้ว ค่อยมาดูว่าน่าจะเป็นกลุ่มไหน ตารางนี้ช่วยตั้งสมมติฐานเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย

ตาราง: กลุ่มสาเหตุ / ลักษณะที่มักพบ / ผลต่อการกินดื่ม / อ่านต่อ
กลุ่มสาเหตุลักษณะที่มักพบผลต่อการกินดื่มอ่านต่อ
การกัด กระแทก หรือของแข็งบาดแผลเดี่ยว ตำแหน่งตรงกับฟันหรือจุดที่กระแทก ไม่มีไข้เจ็บเวลาโดน แต่เด็กมักยังกินอย่างอื่นได้แผลในปากเด็กจากการบาดเจ็บ
แผลร้อนใน (aphthous)แผลกลมหรือรี ขอบแดง กลางขาวหรือเหลือง ไม่ติดต่อ มักไม่มีไข้เจ็บเวลาอาหารหรือน้ำโดน มักหายเองใน 1–2 สัปดาห์ลูกมีแผลแต่ไม่มีผื่น
การติดเชื้อไวรัส เช่น มือเท้าปาก หรือ herpanginaมักมีไข้นำมาก่อน แผลหลายจุด บางรายมีผื่นที่มือ เท้า หรือก้นกลืนเจ็บมาก เสี่ยงขาดน้ำสูงที่สุดในกลุ่มนี้แยกกับมือเท้าปาก (overview)
การติดเชื้อเริมครั้งแรก (primary herpetic gingivostomatitis)พบในเด็กเล็ก มักมีไข้ เหงือกบวมแดงและเลือดออกง่าย แผลหลายจุดรวมถึงรอบปากเจ็บมาก น้ำลายไหล กินดื่มลำบาก ควรให้แพทย์ประเมินแผลในปากเด็กกับไข้
สาเหตุจากฟันและอุปกรณ์ฟันคม เหล็กจัดฟัน หรือขอบฟันปลอมในเด็กโต เสียดสีตำแหน่งเดิมซ้ำแผลกลับมาที่เดิมเรื่อย ๆ จนกว่าจะแก้ต้นเหตุเด็กมีแผลซ้ำ ๆ

ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ การดูด้วยตาอย่างเดียวแยกไม่ได้ทุกกรณี แผลร้อนในกับแผลจากไวรัสระยะแรกอาจดูคล้ายกันมาก และการมีหรือไม่มีผื่นก็ไม่ได้ตัดอะไรออกอย่างเด็ดขาด สิ่งที่ช่วยได้จริงกว่าคือดูภาพรวม มีไข้ไหม เริ่มอย่างไร กี่จุด และเด็กยังดื่มได้แค่ไหน

เรื่องที่ควรเลิกใช้อธิบายคือประโยคที่ว่าเด็กเป็นแผลเพราะ “ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง” ประโยคนี้ฟังดูอธิบายได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้บอกว่าควรทำอะไรต่อ และไม่ตรงกับหลักฐาน NIDCR ระบุว่าแผลร้อนในยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด สิ่งที่รู้คือมีปัจจัยกระตุ้นในบางคน เช่น การบาดเจ็บ ความเครียด หรือการขาดโฟเลต ธาตุเหล็ก และวิตามินบี 12

เมื่อสงสัยโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปากเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของแผลในปากเด็กเล็ก CDC ระบุว่าพบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักมีไข้ แผลในปาก และผื่นที่ผิวหนัง และส่วนใหญ่ดีขึ้นเองใน 7–10 วันโดยแทบไม่ต้องรักษา

สำหรับหน้านี้ สิ่งที่ต้องรู้มีเท่านี้ เพราะเรื่องที่กระทบการดูแลประจำวันมากที่สุดไม่ใช่ชื่อของไวรัส แต่คือความเจ็บที่ทำให้เด็กกลืนไม่ลง CDC ระบุตรงว่าเด็กเล็กอาจขาดน้ำได้ถ้ากลืนของเหลวได้ไม่พอเพราะแผลในปากเจ็บ และพ่อแม่ป้องกันได้ด้วยการดูให้เด็กดื่มของเหลวให้พอ นั่นแปลว่าแผนการดูแลในบ้านแทบไม่ต่างจากแผลในปากเด็กจากสาเหตุอื่น

รายละเอียดที่เกินจากนี้ ทั้งเรื่องการแพร่เชื้อ การดูแลในโรงเรียน ระยะติดต่อ และการป้องกัน อยู่ในเว็บที่ทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ คู่มือเต็มอยู่ที่ www.มือเท้าปาก.com

ส่วนการแยกเบื้องต้นว่าแผลของลูกน่าจะใช่หรือไม่ใช่มือเท้าปาก มีตารางเปรียบเทียบพร้อมข้อจำกัดอยู่ที่ แยกแผลในปากเด็กทั่วไปกับมือเท้าปาก

หลักการดูแลที่บ้าน และสิ่งที่ต้องระวังในเด็ก

หลักของการดูแลแผลในปากเด็กที่บ้านสรุปได้เป็นประโยคเดียว คือทำให้ของเหลวผ่านปากโดยกระทบแผลน้อยที่สุด และอย่าเอาปริมาณข้าวเป็นตัววัดผลในช่วงนี้

AAP ระบุว่าไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารแข็ง เพราะเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะไม่อยากอาหารตอนป่วย และในช่วงที่เด็กปากเจ็บ ความสำคัญเร่งด่วนคือทำให้เด็กได้รับของเหลวเพียงพอ ก่อนค่อยกลับมาดูพลังงานและอาหารตามที่เด็กรับไหว นี่เปลี่ยนเป้าหมายของพ่อแม่จาก “ทำให้ลูกกินข้าวให้ได้” เป็น “ทำให้ลูกได้ของเหลวพอ” ซึ่งทำได้จริงกว่ามาก

วิธีเชิงปฏิบัติทั้งหมด ทั้งการเลือกอุณหภูมิ ความนุ่ม การเลี่ยงกรด การเปลี่ยนภาชนะ ปริมาณต่อครั้ง และเทคนิคเมื่อเด็กปฏิเสธทุกอย่าง รวมอยู่ในหน้าเฉพาะแล้วที่ ลูกเจ็บปาก กินข้าวไม่ได้ ควรดูแลอย่างไร เพื่อไม่ให้ข้อมูลกระจัดกระจาย

ข้อควรระวังเรื่องยาและผลิตภัณฑ์ในเด็ก

สามข้อนี้เป็นข้อห้ามที่ชัดเจนและใช้ได้ทุกกรณี

  • CDC ระบุว่าห้ามให้แอสไพรินแก่เด็ก
  • AAP ระบุว่าไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากทั่วไปในเด็ก เพราะแสบ
  • ข้อจำกัดด้านอายุแตกต่างตามตัวยา รูปแบบผลิตภัณฑ์ ฉลาก และคำสั่งแพทย์ ไม่ควรเลือกใช้เองในเด็กโดยอาศัยชื่อกลุ่มยาเพียงอย่างเดียว

สำหรับยาชาเฉพาะที่ ข้อจำกัดในเด็กไม่ได้อยู่ที่ตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การใช้จริง เด็กเล็กกลืนสิ่งที่ป้ายในปาก และเมื่อบริเวณนั้นชา เด็กอาจกัดกระพุ้งแก้มหรือลิ้นตัวเองโดยไม่รู้ตัว จึงต้องใช้ตามฉลากและตามคำแนะนำของเภสัชกร แพทย์ หรือทันตแพทย์เท่านั้น

เมื่อไรที่ไม่ควรรอดูอาการ

เกณฑ์เหล่านี้ยึดกับความสามารถในการดื่มและภาวะโดยรวมของเด็ก ไม่ได้ยึดกับหน้าตาของแผล

ตาราง: สิ่งที่พบ / ควรทำ / อ้างอิงจาก
สิ่งที่พบควรทำอ้างอิงจาก
ดื่มได้ไม่ดีจนกังวลว่าจะขาดน้ำติดต่อแพทย์CDC ระบุเป็นเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์
ปากและลิ้นแห้ง ร้องไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงชัดเจนหรือสีเข้มติดต่อแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินAAP ระบุให้ติดต่อกุมารแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉินหากสงสัยว่าเด็กขาดน้ำ
ไข้นานเกิน 3 วันพบแพทย์CDC ระบุเป็นเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์
อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วันพบแพทย์CDC ระบุเป็นเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์
เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนพบแพทย์CDC ระบุเป็นกลุ่มที่ควรพบแพทย์
เด็กมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอพบแพทย์CDC ระบุเป็นกลุ่มที่ควรพบแพทย์
ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือปลอบไม่ได้พบแพทย์ทันทีเป็นสัญญาณที่ไม่ควรรอดูอาการ

ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถือหลักง่าย ๆ ว่าเด็กที่ยังดื่มได้และยังเล่นได้ มักมีเวลาให้สังเกตต่อที่บ้าน ส่วนเด็กที่หยุดดื่มหรือซึมลง เป็นกลุ่มที่ควรให้คนตรวจ ไม่ใช่กลุ่มที่ควรหาข้อมูลเพิ่ม

ระหว่างรอให้แผลหาย มีอะไรช่วยลดการรบกวนได้บ้าง

เมื่อผ่านเกณฑ์ข้างบนแล้วว่าไม่ใช่กรณีที่ต้องพบแพทย์ทันที โจทย์ที่เหลือคือทำให้แต่ละมื้อผ่านไปได้โดยเด็กเจ็บน้อยลง

ในเชิงกลไก มีสองทางเท่านั้น ทางแรกคือลดสิ่งที่มากระทบแผล ซึ่งทำได้ทันทีและไม่มีค่าใช้จ่าย ทางที่สองคือคั่นระหว่างแผลกับสิ่งที่มากระทบ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ยึดเกาะเยื่อบุและสร้างชั้นกั้นเชิงกายภาพ

ในเด็ก กลุ่มหลังมีข้อจำกัดเชิงปฏิบัติที่ต้องพูดตรง ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ต้องป้ายตรงจุดใช้ยากเมื่อเด็กไม่ยอมอ้าปาก และใช้ได้จำกัดเมื่อแผลกระจายหลายจุด ไม่มีรูปแบบใดที่แก้ปัญหานี้ได้ทุกกรณี

สิ่งที่กลุ่มนี้ไม่ได้ทำ คือไม่ได้รักษาสาเหตุของแผล ไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้น ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และไม่ใช่ยาชา ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดต่างกันทั้งส่วนประกอบ อายุที่ใช้ได้ วิธีใช้ และข้อควรระวัง จึงต้องอ่านฉลากจริงและปรึกษาเภสัชกร แพทย์ หรือทันตแพทย์ก่อนใช้ในเด็กเสมอ และไม่ควรใช้สิ่งใดเพื่อรอดูอาการ หากเด็กเข้าเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์ตามตารางด้านบน

รายละเอียดเชิงปฏิบัติทั้งหมดสำหรับสถานการณ์ที่เด็กเจ็บจนกินไม่ได้ อยู่ที่ ลูกเจ็บปาก กินข้าวไม่ได้ ควรดูแลอย่างไร

เมื่อเด็กหรือผู้ใหญ่กินอาหาร ดื่มน้ำ และได้รับใยอาหารลดลงหลายวัน การขับถ่ายอาจเปลี่ยนตามมาทางอ้อม การกลับมาได้รับน้ำและอาหารที่เพียงพอยังคงเป็นเรื่องหลัก ส่วนผลิตภัณฑ์พรีไบโอติกอย่าง Eureko Fructo เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลระบบทางเดินอาหาร ไม่ได้รักษาแผลในปาก และควรใช้ตามฉลากและความเหมาะสมของแต่ละคน

ศึกษาข้อมูล Eureko Fructo

คำถามที่พบบ่อย

ลูกมีแผลในปาก ไม่ยอมกินข้าวเลย ต้องบังคับไหม?
ไม่ควรบังคับ AAP ระบุว่าไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารแข็ง เพราะเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะไม่อยากอาหารตอนป่วย และการป้องกันภาวะขาดน้ำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ให้โฟกัสที่ของเหลวก่อน โดยให้ทีละน้อยแต่บ่อย เลือกของเย็นและนุ่ม และเลี่ยงน้ำผลไม้รสเปรี้ยว
แผลในปากเด็กกี่วันหาย?
ขึ้นกับสาเหตุ แผลจากการกัดหรือกระแทกอาจใช้เวลาถึงประมาณ 2 สัปดาห์ตามข้อมูลของ HSE ส่วนโรคมือเท้าปาก CDC ระบุว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นเองใน 7–10 วัน แต่สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจไม่ใช่จำนวนวัน หากอาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน หรือเด็กดื่มได้ไม่ดีจนกังวลเรื่องขาดน้ำ ควรพบแพทย์
ลูกมีแผลในปากแต่ไม่มีผื่นที่มือและเท้า ตัดมือเท้าปากออกได้ไหม?
ไม่ได้ตัดออกอย่างเด็ดขาด การไม่มีผื่นทำให้โอกาสน้อยลง แต่ผื่นอาจยังไม่ขึ้นในระยะแรก หรือบางรายอาจมีแผลในปากเป็นหลัก ให้ดูภาพรวมทั้งไข้ จำนวนแผล และความสามารถในการดื่มประกอบ
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเริ่มขาดน้ำ?
ดูที่ปัสสาวะว่าน้อยลงหรือสีเข้มขึ้นไหม ร้องแล้วมีน้ำตาไหม ปากและลิ้นชุ่มหรือแห้ง และเด็กซึมลงหรือเปล่า AAP ระบุให้ติดต่อกุมารแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉินหากสงสัยว่าเด็กขาดน้ำ และ AAP ยังระบุว่าเมื่อขาดน้ำจากการได้รับของเหลวน้อยลง การถ่ายอุจจาระจะลดลงด้วย
ใช้เจลป้ายแผลหรือยาชาในเด็กได้ไหม?
ต้องปรึกษาเภสัชกร แพทย์ หรือทันตแพทย์ก่อนเสมอ และใช้ตามฉลากเท่านั้น ข้อควรระวังในเด็กมีทั้งการกลืนสิ่งที่ป้าย และการที่เด็กอาจกัดเนื้อเยื่อที่ชาโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ CDC ระบุว่าห้ามให้แอสไพรินแก่เด็ก และ AAP ระบุว่าไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากทั่วไปในเด็กเพราะแสบ