ไข้ร่วมกับแผลในปากมักชี้ไปทางการติดเชื้อ สิ่งที่ต้องเฝ้าคือสองอย่าง หนึ่งคือเด็กยังดื่มได้พอไหม เพราะ CDC ระบุว่าเด็กเล็กอาจขาดน้ำได้ถ้ากลืนของเหลวได้ไม่พอ เพราะแผลในปากเจ็บ สองคือระยะเวลา CDC ระบุว่าควรพบแพทย์เมื่อมีไข้นานเกิน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และ CDC ระบุว่าห้ามให้แอสไพรินแก่เด็ก
เมื่อมีไข้เข้ามาด้วย พ่อแม่มักกังวลมากขึ้นทันที ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่สมเหตุสมผล เพราะไข้เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อบางอย่าง
แต่สิ่งที่ควรเฝ้าจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลขบนปรอทวัดไข้ มันคือเด็กยังดื่มได้ไหม
ไข้บอกอะไร
ไข้ร่วมกับแผลในปากมักชี้ไปทางการติดเชื้อ ต่างจากแผลจากการกัดหรือแผลร้อนในซึ่งโดยทั่วไปไม่มีไข้
ในเด็กเล็ก การติดเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของแผลในปากที่มาพร้อมไข้ CDC ระบุว่าโรคมือเท้าปากมักทำให้มีไข้ แผลในปาก และผื่นที่ผิวหนัง พบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และส่วนใหญ่ดีขึ้นเองใน 7–10 วันโดยแทบไม่ต้องรักษา
แต่การรู้ว่าน่าจะเป็นการติดเชื้อไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่ต้องทำมากนัก เพราะสิ่งที่กระทบเด็กในแต่ละวันคือความเจ็บที่ทำให้กลืนไม่ลง ซึ่งจัดการเหมือนกันไม่ว่าไวรัสจะชื่ออะไร
สิ่งที่ต้องเฝ้าจริง
| สิ่งที่พบ | ควรทำ | ที่มา |
|---|---|---|
| ดื่มได้ไม่ดีจนกังวลว่าจะขาดน้ำ | ติดต่อแพทย์ ไม่ควรรอ | CDC |
| สงสัยว่าขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลงมาก ร้องไม่มีน้ำตา ปากแห้ง ซึมลง | ติดต่อกุมารแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉิน | AAP |
| ไข้นานเกิน 3 วัน | พบแพทย์ | CDC |
| อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน | พบแพทย์ | CDC |
| เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน | พบแพทย์ | CDC |
| เด็กมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ | พบแพทย์ | CDC |
| ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือปลอบไม่ได้ | พบแพทย์ทันที | สัญญาณที่ไม่ควรรอ |
สังเกตว่าเกณฑ์เกือบทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ระดับของไข้ แต่อยู่ที่ระยะเวลา อายุ และภาวะโดยรวมของเด็ก เด็กที่ไข้สูงแต่ยังดื่มได้และยังเล่นได้ อยู่ในสถานการณ์ที่ต่างจากเด็กที่ไข้ไม่สูงมากแต่ซึมและไม่ยอมดื่ม
ดูแลอย่างไรระหว่างนั้น
เป้าหมายคือทำให้เด็กยังรับของเหลวได้ ขณะที่ร่างกายจัดการกับการติดเชื้อ
- AAP ระบุว่าถ้าปากเจ็บ ให้เครื่องดื่มเย็น
- AAP ระบุไม่ให้ใช้น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
- AAP ระบุว่าสำหรับทารก ให้ของเหลวด้วยถ้วย ช้อน หรือไซริงจ์แทนขวดนม เพราะจุกนมอาจเพิ่มความเจ็บ
- AAP ระบุว่าไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารแข็ง เพราะเป็นเรื่องปกติที่จะไม่อยากอาหารตอนป่วย ในช่วงที่เด็กปากเจ็บ ความสำคัญเร่งด่วนคือทำให้เด็กได้รับของเหลวเพียงพอ ก่อนค่อยกลับมาดูพลังงานและอาหารตามที่เด็กรับไหว
- AAP ระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ให้คงนมแม่หรือนมผงต่อ และอาจลอง ORS ได้
ข้อห้ามที่ชัดเจน CDC ระบุว่าห้ามให้แอสไพรินแก่เด็ก และ AAP ระบุว่าไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากทั่วไปในเด็ก เพราะแสบ สำหรับยาลดไข้และบรรเทาปวดชนิดอื่น ให้ใช้ตามฉลากและตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
รายละเอียดวิธีให้ของเหลวอยู่ที่ ลูกเจ็บปาก กินข้าวไม่ได้
